ตลาดนักเตะ ข่าวฟุตบอลล่าสุด รวมไปถึงทุกความเคลื่อนไหวใน ข่าวบอล
ตลาดนักเตะ เป็นการชื้อและขายตัวผู้เล่นเข้าสู่ สโมสรฟุตบอล หรือการย้ายต้นสังกัดของนักฟุตบอล ซึ่งเป็นช่วงเวลาระหว่างปีที่สโมสรฟุตบอล สามารถโอนย้ายผู้เล่นจากทีมอื่นๆ มาเป็นผู้เล่นของทีมตัวเองได้ การโอนย้ายดังกล่าวจะเสร็จสมบูรณ์ ก็ต่อเมื่อลงทะเบียนผู้เล่นเข้าสู่สโมสรใหม่ ผ่านฟีฟ่า ซึ่งคำว่าตลาดซื้อขายนักเตะ เป็นคำไม่เป็นทางการที่ใช้กันทั่วไป โดยจะมีระยะเวลาการลงทะเบียนซื้อและขาย ตามที่อธิบายไว้ในกฎระเบียบฟีฟ่า
ที่ว่าด้วยเรื่องด้วยสถานะของนักเตะ และการโอนย้ายผู้เล่น ซึ่งต้องเป็นไปตามกฎสมาคมฟุตบอลแต่ละประเทศ จะเป็นผู้กำหนดเวลาและวันที่ ของตลาดซื้อขาย แต่ต้องไม่เกิน 12 สัปดาห์ ระยะเวลาของการลงทะเบียนเปิดการซื้อขายนักเตะครั้งที่สอง ก็จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาลแข่งขัน และต้องไม่เกินสี่สัปดาห์ สรุปคือในการระยะเวลาของการเปิดและปิดการซื้อขายนักเตะ ภายในหนึ่งฤดูกาลจะมีอยู่ 2 ช่วงที่นักเตะสามารถย้ายทีมได้ ไม่ว่าด้วยกรณีใดก็ตาม
โดยที่ตลาดซื้อขายนักฟุตบอล ถูกนำมาใช้เพื่อตอบสนองในต่อการเจรจา ซึ่งระบบนี้ถูกนำมาใช้ในหลายๆ ลีกในยุโรป ก่อนที่จะถูกนำมาบังคับใช้โดยฟีฟ่า ในช่วงฤดูกาล 2002–03 โดยฟุตบอลอังกฤษเป็นผู้ริเริ่มแผนนี้ และได้นำเสนอในช่วงต้นปี ค.ศ. 1990 ด้วยความหวังว่าจะช่วยปรับปรุงเสถียรภาพของทีม และป้องกันตัวแทนของนักเตะ ที่จะถือวิสาสะย้ายทีมโดยพลการ ต่อมากฎข้อบังคับต่างๆ ได้กำหนดขึ้นโดยหน่วยงาน ที่กำกับดูแลการแข่งขันแต่ละครั้ง แทนที่จะเป็นโดยสมาคมฟุตบอล

ข่าวการย้ายทีม และช่วงระยะเวลาการชื้อขายนักเตะของ ลีกฟุตบอลชั้นนำ
ซึ่งการที่ทีมฟุตบอลแต่ละทีมนั้น ในการที่จะหานักเตะใหม่เข้ามาร่วมทีม หรือการขายนักเตะในสังกัด รวมไปถึง นักเตะหมดสัญญา ก็จะขึ้นอยู่กับระเบียบของลีกในประเทศนั้นๆ แต่ก็จะมีกฎที่ต้องบังคับใช้โดยรวม ซึ่งในกฎระเบียบฟีฟ่าระบุว่า โดยทั่วจะต้องมีตลาดซื้อขายสองช่วง ระยะยาวช่วงนึง (สูงสุดสิบสองสัปดาห์) ในช่วงพักระหว่างฤดูกาล และระยะสั้นช่วงนึง (สูงสุดหนึ่งเดือน) ในช่วงกลางฤดูกาล ซึ่งระยะเวลาเฉพาะขึ้นอยู่กับรอบฤดูกาลของลีก ที่กำหนดโดยหน่วยงานฟุตบอลของประเทศนั้นๆ
ซึ่งแต่ละลีกของแต่ละประเทศ หากอยู่ในทวีปหรือในโซนเดียวกัน ก็จะมีการเปิดตลาดซื้อขายนักเตะ ในวันและเวลาที่ใกล้เคียงกัน ยกตัวอย่างเช่นลีกยุโรปที่สำคัญ ส่วนใหญ่มักเริ่มฤดูกาลในครึ่งหลังของปี (เช่น เดือนสิงหาคมหรือกันยายน) และแข่งขันตลอดสองปีปฏิทิน ไปจนถึงครึ่งปีแรกของปีถัดไป (เช่นเดือนพฤษภาคม) ส่งผลให้ตลาดซื้อขายนักเตะปิดลง ในช่วงเดือนสิงหาคม และตลาดซื้อขายช่วงกลางฤดูกาล เปิดในเดือนมกราคม
แต่ก็จะมีลีกในประเทศอื่นๆ ที่จะแข่งขันกันจบภายในปีเดียว ซึ่งระยะเวลาของการซื้อขายหรือย้ายทีมของนักเตะ ก็จะแตกต่างกัน เมื่อลีกมีการแข่งขันตลอดทั้งปีปฏิทินเดียว เช่นเดียวกับกลุ่มประเทศนอร์ดิก เนื่องจากข้อจำกัดของสภาพอากาศ รวมไปถึงเมเจอร์ลีกซอกเกอร์ ที่ติดข้อจำกัดทั้งด้านสภาพอากาศ และการแข่งขันจากกีฬายอดนิยมอื่นๆ ในท้องถิ่น (โดยเฉพาะบาสเก็ตบอล และอเมริกันฟุตบอล) โดยทั่วไปตลาดซื้อขายครั้งแรก จะเปิดตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนมีนาคม จนถึงช่วงค่ำของวันที่ 30 เมษายน ตามมาด้วยตลาดซื้อขายช่วงกลางฤดูกาลเปิดตั้งแต่ 1 ถึง 31 ของเดือนสิงหาคม
แฟนบอลส่วนใหญ่ก็จะชอบติดตามข่าว ซื้อขายนักเตะ โดยเฉพาะใน ลีกฟุตบอลยุโรป เพราะเป็นลีกชั้นนำและมีการซื้อขายนักเตะดังๆ
ซึ่งในแต่ละลีคของทวีปยุโรป ก็จะมีวันที่เปิดตลาดนักเตะใกล้เคียงกัน หรือบางที่ก็เปิดวันเดียวกัน โดยที่ พรีเมียร์ลีกอังกฤษ และสก็อตแลนด์ ตลาดจะปิดในเวลา 05.00 น. ของเช้าวันศุกร์ที่ 2 กันยายนตามเวลาประเทศไทย (23.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายนตามเวลาอังกฤษ) ในส่วนของลีกใหญ่ที่เหลือก็ได้แก่ สเปน, อิตาลี, เยอรมนี และฝรั่งเศส ตลาดทั้ง 5 ลีกใหญ่ของยุโรป จะปิดในวันแรกของเดือนกันยายนเช่นเดียวกัน แต่เวลาของการปิดตลาดไม่ใช่เวลาเดียวกัน อิตาลีปิดเวลาตีหนึ่ง, ฝรั่งเศสปิดเวลาตีสี่ ส่วนทางฝั่งสเปน จำเป็นต้องให้การซื้อขายเสร็จสิ้นก่อนเวลา 04.59 น. และลีกเยอรมันนีปิดเวลาห้าทุ่มตรง
โดยกฎกติกาในเรื่องของระยะเวลาซื้อขายนั้น ก็จะค่อนข้างเป็นไปในทิศทางเดียวของของทุกลีกในยุโรป โดยเราจะขอยกตัวอย่างกฎของลีกอังกฤษ หากการซื้อขายเป็นที่ตกลงกันระหว่างทั้งสองสโมสร ในช่วงก่อนหมดเวลาของวันนั้น ทางฝ่ายจัดการของพรีเมียร์ลีก จะมอบเวลาเพิ่มเติมสำหรับการจัดการ และส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องให้เสร็จสิ้น เอกสารการซื้อขาย สามารถถูกส่งไปให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อระบุว่ามีการบรรลุข้อตกลงของการซื้อขาย ซึ่งหลังจากนั้นสโมสรจะได้รับเวลาเพิ่มเติมอีก 2 ชั่วโมง เพื่อจัดการเอกสารที่เหลือให้เสร็จสิ้น
และเมื่อถึงเวลาของการปิดตลาด รายชื่อของผู้เล่นทุกคน ไม่ว่าจะคนใหม่ที่ซื้อเข้ามา หรือนักเตะที่ยังอยู่ในสังกัดของทีม จะต้องถูกส่งรายชื่อออกไป โดยสโมสรในพรีเมียร์ลีก สามารถลงทะเบียนผู้เล่นชุดใหญ่ ที่อายุเกิน 21 ปี ได้ 25 คน ซึ่งอย่างน้อย 8 รายชื่อจากในนั้น ต้องเป็นนักเตะโฮมโกรว์น ในกรณีนี้ ผู้เล่นโฮมโกรว์น ถูกระบุว่าต้องเป็นคนสัญชาติใดก็ได้ ที่มีอายุ 21 ปีหรือมากกว่า และใช้เวลารวม 3 ปี ที่ลงทะเบียนกับสโมสรจากอังกฤษหรือเวลส์ ก่อนจะปิดฤดูกาลที่พวกเขามีอายุครบ 21 ปี
และก่อนที่จะมาเป็นกฎในการซื้อขายนักเตะ ที่ใช้กันในพรีเมียร์ลีกในปัจจุบันนี้ ในอดีตก็มีการปรับเปลี่ยนวันเวลาในการซื้อขาย โดยทางสโมสรในลีกในประเทศอังกฤษ ได้โหวตให้สิ้นสุดตลาดซื้อขายในวันพฤหัส ก่อนเริ่มฤดูกาลวันที่ 9 สิงหาคมแทนที่จะเป็นวันที่ 31 สิงหาคมเนื่องจากฟีฟ่าต้องการให้ตลาดซื้อขาย เปิด 12 สัปดาห์ โดยตลาดจะเปิดประมาณวันที่ 17 พฤษภาคมหลังจากเกมสุดท้ายของฤดูกาล เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมจบลง โดยสโมสรสามารถขายผู้เล่นได้ จนถึง 31 สิงหาคมแต่ไม่สามารถซื้อทดแทน หลังวันสุดท้ายหรือเส้นตายได้

มาถึงขั้นตอนการย้ายทีมของนักเตะอาชีพ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้กันใน กฎของการซื้อขาย รวมถึงขั้นตอนการหานักเตะใหม่มาร่วมทีม
ในช่วงสุดท้ายของตลาดการซื้อขายนักเตะ หรือเรียกกันง่ายๆ ว่าวันที่ใกล้จะถึงเส้นตาย มักจะเป็นหนึ่งในวันที่คึกคักที่สุดของตลาดซื้อขาย และมีความวุ่นวายในการโอนย้ายผู้เล่น เพราะจำนวนการโอนย้ายของนักเตะจากหลายๆ ทีมพร้อมกัน ซึ่งสร้างความสนใจจากสื่อเป็นอย่างมาก ในส่วนของสื่อ ลีกฟุตบอลทั่วโลก ก็จะเผยให้เห็นภาพผู้จัดการทีมเดินทางเข้าสู่สนามซ้อม เพื่อมารอพบกับนักเตะ มีภาพนักเตะอยู่ในรถ กำลังเร่งเครื่องมุ่งหน้าไปที่สนามซ้อมของทีม เพื่อมาตรวจร่างกาย
ซึ่งการที่นักเตะคนนึงจะย้ายทีมนั้น ไม่ใช่แค่ว่าทีมไหนอยากจะซื้อใคร ก็สามรถซื้อได้เลย เพราะว่าการย้ายทีมและติดต่อซื้อขายนั้น มีขั้นตอนละเอียดอยู่พอสมควร โดยก่อนที่ตลาดการซื้อขายจะจบลง ในส่วนของขั้นตอนการติดต่อเรื่องย้ายทีมนั้น ต้องผ่านขั้นตอนอีกหลายรายการ โดยที่เราจะขออธิบายในส่วนของการย้ายข้ามประเทศเป็นหลัก โดยในแต่ละประเทศ ก็จะมีขั้นตอนที่แตกต่างกันออกไปอีก
โดยที่เราจะสรุปคร่าวๆ ให้ได้เห็นภาพแบบกว้างๆ และสามารถเข้าใจได้ง่าย โดยที่อันดับแรกเมื่อเลือกได้แล้วว่า อยากได้นักเตะคนไหน ทีมที่ต้องการจะซื้อนักเตะคนนั้น ก็จะต้องติดต่อไปที่ต้นสังกัดของนักเตะคนนั้น และคุยถึงเรื่องจำนวนเงินที่พวกเขาพร้อมจะจ่าย ทีมจะสามารถสอบถามตัวแทนนักเตะได้ ว่าตอนนี้สัญญาเหลือกี่ปี อยากย้ายออกหรือเปล่า คิดว่าค่าตัวอยู่ที่เท่าไหร่ และครอบครัวเป็นอย่างไรบ้าง (เรื่องนี้สำคัญ อย่าลืมว่านี่คือการใช้ชีวิตพวกเขา) เพื่อให้พร้อมกับการเจรจาในรอบต่อไป
เมื่อการเจรจาในขั้นตอนแรกเสร็จสิ้น และทางทีมต้นสังกัดของนักเตะคนนั้น ไม่ได้ปิดกั้นตัวนักเตะ เรื่องการขอซื้อตัวก็จะถูกส่งไปยังตัวนักเตะก่อน เมื่อนักเตะทราบเรื่อง และพร้อมจะเจรจา ทีมก็จะยื่นข้อเสนอไปที่ต้นสังกัดของนักเตะ พร้อมกับจำนวนเงินที่พวกเขาพร้อมจะจ่าย ซึ่งโดยปกติ ทีมจะยื่นข้อเสนอกันประมาณ 3-4 ครั้งก่อนที่จะตกลงกันได้ ซึ่งสื่อในอังกฤษเปรียบเทียบขั้นตอนนี้ ว่าเหมือนกับการเล่นเกมเสี่ยงทายเลยล่ะ ถ้าหากสำเร็จตัวนักเตะก็พร้อมที่จะเข้าร่วมทีมใหม่ และเข้าสู่ขั้นตอนการเข้ามาเป็นนักเตะคนใหม่ในทีมต่อไป
สุดท้ายก็จะเป็นเรื่องของการเซ็นสัญญา นักเตะต่างชาติ และเงื่อนไขต่างๆ ในการที่นักเตะเข้ามาร่วมทีม
ซึ่งในขั้นตอนการซื้อขายนี้ สื่อข่าวกีฬาก็จะให้ความสำคัญอและโฟกัสที่เรื่องนี้ เพราะอาจจะมีสถิติใหม่ๆ เกิดขึ้น อย่างเช่น ค่าตัวแพงที่สุด หรือค่าเหนื่อยที่แพงที่สุดในโลก และเมื่อทั้งสองทีมตกลงเรื่องค่าตัวของนักเตะได้ ต้นสังกัดก็จะอนุญาตให้นักเตะ เข้าไปคุยเรื่องสัญญากับทีมที่ต้องการจะซื้อตัว โดยที่ขั้นตอนนี้น่าจะเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานานที่สุด เพราะการคุยเรื่องสัญญาของนักเตะสมัยนี้นั้น ไม่ได้ง่ายเหมือนสมัยก่อนแล้ว เนื่องจากสัญญานักเตะสมัยนี้ สามารถมีเงื่อนไขได้มากมาย
ซึ่งเราจะขอยกตัวอย่างสัญญาของนักเตะ อทิเช่น ในสัญญาของอ็องโตนี่ มาร์กซิยาลนั้น จะมีเงื่อนไขเรื่องโบนัส หากนักเตะได้รับรางวัลบัลลงดอร์ด้วย หรือเงื่อนไขอื่นๆ เช่นค่าตัวของนักเตะถ้าทีมตกชั้น ค่าฉีกสัญญา (ทั้งทีมในประเทศและต่างประเทศ) โบนัสเรื่องการยิงประตู การปรับค่าเหนื่อยหลังติดทีมชาติ หรือเงื่อนไขประหลาดๆ เช่นห้ามออกนอกโลก (เงื่อนไขคือห้ามนักเตะขึ้นยานอวกาศ) และห้ามน้ำหนักขึ้นเกินเท่าไหร่ เป็นต้น
และในกรณีที่นักเตะย้ายข้ามประเทศ อาจจะต้องมีการจัดงบเรื่องการย้ายถิ่นฐาน จัดการเดินทางให้นักเตะด้วยอีก แต่สิ่งสำคัญคือ นักเตะสมัยนี้จะถือไพ่เหนือกว่าทีมอยู่พอสมควร เพราะสุดท้ายแล้ว นี่คือความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของพวกเขาเลยนะ พวกเขาอาจจะต้องย้ายออกจากประเทศภายใน 24 ชั่วโมงก็ได้ และถ้าทีมต้องการตัวนักเตะจริงๆ ก็ต้องยอมรับความต้องการของเขา และเอเย่นต์ของเขาด้วยเช่นกัน